NATTHANUN RUAMSUPTHAWEE

ฝน ณัฐนันท์

เรื่องราวของรองเท้าคู่เดียวที่เปลี่ยนโลกของครอบครัวหนึ่งให้สดใส และความพยายามของสาวนักกีฬา ชักชวนคนในครอบครัวมาออกกำลังกาย และใช้เวลาเพียงปีเดียว กับคุณแม่วัยใกล้หกสิบ ให้วางรีโมททีวี ลุกจากโซฟาขึ้นมาวิ่ง ให้น้องสาวปั่นจักรยาน ตั้งทีมเล็กๆสามสาวแม่ลูก มีแรงบันดาลใจและเป้าหมายเพื่อไปงานแข่งไตรกีฬา

อยากให้เล่าความเป็นมาและแชร์ประสบการณ์ดีๆนี้กับเพื่อนๆ?
ฝน: (ยิ้มอย่างมีความสุข)

ความสุขในครอบครัว คือสุขภาพที่แข็งแรงของคนในครอบครัว


ถ้าเราแข็งแรงอายุยืนคนเดียวก็คงไม่มีความหมาย
เช่นนั้นเราควรทำยังไง เป็นจุดเริ่มของคำถามเมื่อเราเริ่มวิ่ง

  

การชักชวนคนใกล้ตัวออกกำลังกาย ยากพอๆกับการตื่นเช้าพาร่างของเราไปวิ่งในวันฝนตก อันนี้เราเข้าใจ

 

เมื่อแม่ที่อายุใกล้ 60 จนแม่หมดคำบ่นเรื่องสังขารและใช้เวลาอยู่หน้าทีวี และส่งรูปสวัสดีวันจันทร์ เห็นเราออกไปวิ่งๆ เห็นรองเท้าวิ่งเยอะกว่ารองเท้าส้นสูง และเห็นน้องสาวซื้อจักรยาน

  

วันหนึ่งก็มาถึง เมื่อเราเริ่มหิ้วรองเท้าวิ่งมาฝากแม่ และบอกว่าราคามันแพงนะ ใช้ให้คุ้ม นั่นคือเหตุการณ์เมื่อปีที่แล้ว


จนมาปีนี้ ขณะที่เรากำลังกินป๊อบคอร์นหน้าทีวี แม่กลับมาจากที่ทำงานและหิ้วรองเท้าออกไปวิ่ง วิ่งเช้าวิ่งเย็น เหมือนเป็นกิจวัตร ทำวันละนิดวันละหน่อย วันนั้นคือวันที่เราคิดว่าแม่พร้อมแล้วที่จะลงงานแข่งกีฬาอะไรสักอย่าง

  

จึงทำให้มีทีมไตร “ลอยรำ” เมื่อครอบครัวเรามีสามคน และไตรกีฬาก็มีกีฬาสามอย่าง มันช่างลงตัวนะว่าไหม

  

การทำทีมไตรกีฬาบ่อยครั้งที่ทำเพื่อความเป็นเลิศของทีมทั้งเวลาและความเร็ว แต่เราสามคน ทำเพื่อให้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน เพื่อให้เป็นกิจกรรมของครอบครัว ทำให้เหมือนภารกิจที่เราต้องทำร่วมกัน ทุกคนจะช่วยกันเพื่อให้ผ่านเส้นชัย

การวางตัวนักกีฬาของทีมลอยรำก็เหมือนทีมอื่นที่ต้องแบ่งว่าใครจะลงกีฬาอะไร อันดับแรกเลย แม่ขอวิ่ง เพราะแม่อยากใช้รองเท้าให้คุ้ม และผลพลอยได้คือ วิ่งเป็นกีฬาที่จะได้รูปเยอะ ปัง มีเวลาเล่นกล้องเกร๋ๆ (แม่ช่างมองการณ์ไกลและรูปที่ออกมาช่างสมใจแม่ยิ่งนัก)

 

ส่วนน้องสาวมีจักรยานและอยู่บ้านติดสนามฟ้า ก็ต้องปั่นจักรยานอย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้นพี่สาว อุ๋งๆๆ ก็ต้องไปดำอุ๋งในน้ำ
พวกเราต่างพอใจในตำแหน่งหน้าที่ของเรา พวกเราซ้อม และพูดคุยถึงกติกาการแข่งขัน เตรียมความพร้อม ช่างเป็นเรื่องที่สนุกและมีความสุขที่เราได้วางแผนแข่งไตรกีฬาด้วยกัน

 

ในวันแข่งขันเราสามสาวลอยรำเข้าเส้นชัยถึงจะไม่ได้รำจริงๆ แต่ความรู้สึกมันใช่”ฟินนะ” แม่บอกจะเอาไปโม้กะเพื่อนว่าแข่งไตรกีฬา


ความตื่นเต้นในการแข่งขันครั้งแรก ความไม่ใช่มืออาชีพ ความประหม่ากลัวผิดกติกา กลัวถูกคัทออฟ เราก็เป็นเหมือนนักแข่งไตรมือใหม่ แต่ที่เรามีอีกอย่างคือความเป็นครอบครัว มันทำให้เราสนุก รู้สึกตื่นเต้นเห็นแม่กับน้อง แต่งตัวเต็มที่มาดูพี่สาวว่ายน้ำ แม่กับน้องได้เห็นคนเป็นพันกระโจนลงทะเลตะกุยๆเหมือนปลาดุกในเขตอภัยทาน หน้าวัดแถวบ้าน แบบที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน นั่นคือภาพจริง ของนักกีฬาที่ทุกคนล้วนดูแข็งแรง มุ่งมั่น มันคือบรรยากาศของคนที่ทุ่มเทซ้อมเพื่อมาถึงวันนี้ และเราสามคนก็มาเห็นของจริงตรงหน้า บอกเลยตื่นเต้นทั้งครอบครัว มันคืออีกด้านที่เราทั้งสามคนไม่เคยเจอด้วยกัน พวกเรารู้เลยว่าถึงเวลาต้องเอาจริงแล้ว

 

วินาทีที่สำคัญที่สุดคือการที่สามแม่ลูกวิ่งมาเข้าเส้นชัยพร้อมกัน พวกเราต่างรู้สึกตรงกันว่ามันคือความสำเร็จของครอบครัว

 

เรารู้สึกขอบคุณทุกวันที่แม่มีสุขภาพดี แจ่มใส ไม่ป่วยไข้ และตั้งใจที่อยากจะออกกำลังกาย นั่นคือที่สุดของของขวัญสำหรับเราและน้อง

 

เย็นวันนั้นหลังแข่งเสร็จเราถามแม่ว่าปีหน้าจองโรงแรมเลยไหม แม่แค่สงสัยว่าต้องมัดจำโรงแรมกี่บาท.............ส่วนน้องก็ถามว่ารูปงานจะโพสเมื่อไหร่ เราว่ามาถูกทางละ

 

มีอะไรจะฝากถึงเพื่อนๆนักปั่นไหม?
ก่อนที่จะได้อะไรเราก็ต้องเสียอะไร ครั้งหนึ่งครอบครัวเราสูญเสียหัวหน้าครอบครัว แม่ที่ครั้งหนึ่งเคยมีสามีก็เป็นหม่าย การสูญเสียนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ความเสียใจ แต่เราสองพี่น้องไม่ขาดความอบอุ่นอะไร เพราะว่าเรามีแม่ แต่อย่าต้องเสียใครอีกเลย สาเหตุของการสูญเสียครั้งนั้นคือเรื่องสุขภาพเป็นหลัก นั่นนำไปสู่การเล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพอย่างช่วยไม่ได้ ยิ่งเรากับน้องโตขึ้น มีหน้าที่การงานและรับผิดชอบเวลาต่างๆได้ก็เริ่มสนใจการออกกำลังกายเพื่อรูปร่างและสุขภาพ แล้วผลของการออกกำลังกายจะสะท้อนออกมาโดยที่เราไม่ต้องโฆษณาอะไรเพิ่มเลย เพราะแม่และน้องก็เห็นความอดทนมีวินัย พากเพียรที่เราลุกไปออกกำลังกาย ทนความเจ็บปวด และขยันลงงานวิ่งเหลือเกิน แล้วมันทำให้เรามีโลกใหม่ มีทัศนคติใหม่ และเป็น แรงบันดาลใจให้คนอื่น สิ่งนี้มีอำนาจเหนือการชักชวน และโปรโมชั่นจูงใจทั้งมวล เมื่อวันหนึ่งเพื่อนรอบข้างเราถามเราว่าทำอะไรถึงผอมถึงแข็งแรง ถ้าเพื่อนรุมสงสัยเราขนาดนี้ มีอย่างที่ไหนที่แม่ของเรา อยู่ชายคาเดียวกันจะไม่ได้รับอิทธิพลพวกนี้ น้ำหยดลงหินสักวันหินมันยังกร่อนได้อย่างไร คอเรสเตอรอลสะสมในเส้นเลือดที่พอกพูนของแม่ก็ลดได้เช่นนั้น เพราะหลังจากออกกำลังกายสม่ำเสมอ แม่ก็ใช้ยาน้อยลง อาการแพ้ต่างๆก็น้อยลง สุขภาพก็ดีขึ้น แม่บอกเสมอว่าไม่อยากแก่แล้วเป็นภาระลูกหลาน ใช่คะ แม่มาถูกทางแล้ว ตอนนี้เรากับน้องยิ้มได้ มีความสุขเวลาเห็นแม่อยากทานอะไรก็ทาน อยากออกกำลังกายก็ทำได้ไม่บาดเจ็บ มันคือความสุขที่ได้เห็นความสุขของคนที่เรารัก ถ้าใครอยากเริ่มขอให้เริ่มที่ตัวเราก่อน ทำจากตัวเราก่อนความสุขความสบายใจที่เกิดจากตัวเราจะขยายตัวได้เองอย่างมหัศจรรย์เหมือนอากาศที่แผ่ขยายไปไม่สิ้นสุด ไม่เชื่อลองดู

INFORMATION

คุณฝน ณัฐนันท์ (แม่แขก น้องผึ้ง)

Facebook: Natthanun Ruamsupthawee