LOS ANGELES

ซีตี้ออฟแองเจิ้ล

ทริปปั่นแอลเอ ตัดสินใจไปทริปนี้แบบฉุกละหุกมากๆ วีซ่าหมดพอดีต้องไปทำใหม่ เด่วนี้ทำง่ายนะ เจ้าหน้าที่สถานทูตก็แลดูอัธยาศัยดีมากๆ ทริปนี้บิน ANA กระเป๋าจักรยานโหลดฟรี มีผู้ร่วมทริป 6 คน เป็นนักปั่น 4 คน Surampha Yokchotisakul, Su Jin, Mim Rattanapond Klinkulabhiran, Tanedpol Ritteephamorn

แอลเอ มีเส้นทางน่าปั่นหลายเส้น บางเส้นทางขนจักรยานขึ้นรถไฟใต้ดินไปถึงได้เลย เราลองปั่นบนถนนกันดูแล้ว ไม่แนะนำให้ทำ อันตรายมากๆ (ต้องยกรถขึ้นไปปั่นบนทางเท้า)

ทริปนี้ได้พี่นิว KOMKOM มีดคุณภาพสำหรับครัวที่ส่งออกไปทั่วโลก ผู้สนับสนุนงานไตรกีฬาเป็นสปอนเซอร์ที่พักและการเดินทาง และเรามีเจ้าถิ่นพี่แด้ พี่ชายผมมาคอยดูแลเรื่องการเดินทางไปยังเส้นทางปั่น คอยเป็นไกด์พาปั่นและตะลุยหาของกินและช้อปปิ้ง

ที่พักนี่พีคมากๆ Hotel California ของแท้ดั้งเดิมเลย เป็นฉากประกอบหนัง Catch Me If You Can ที่ Tom Hank เล่นไล่จับ Leonardo Dicaprio ต้องขอขอบคุณสปอนเซอร์ใจถึงมากๆ ให้เรานอนพักห้องพักที่ดีสุดติดริมสระน้ำ โอโห ไม่ต้องนอนกันเลย เพราะพี่เล่นปาร์ตี้กันทุกคืนริมสระจนตีสองทุกวัน

เนื่องจากควบคุมตารางเวลาปั่นลำบาก เราจึงเลือกเส้นทางปั่นง่ายๆเพียงสองเส้นคือ ปั่นขึ้นเขา Griffith Park และปั่นเลียบหาดมหาสมุทรแปซิฟิก

วันแรก เราปั่นเช้ามืดเบาๆจากที่พักย่าน Hollywood ผ่าน Chinese Theater ผ่าน Hollywood Walking Street สถานที่จัดงาน Oscar ผ่าน Capital Record Tower ไปตามถนน Hollywood แล้ววกซ้ายเพื่อไปขึ้นเขา อากาศหนาวมากๆ Griffith Park เป็นเขาเตี้ยๆ Elevation ประมาณ 400-500เมตร เป็นฉากประกอบหนังหลายเรื่อง เช่น Yes Man ที่ Jim Carrey บิดมอไซค์ไปง้อแฟนสาว

วิวบน Griffith Park สวยงามมาก มองเห็นเมือง LA ได้แบบ 180 องศา

วันที่สอง เราขนจักรยานจากโรงแรมไป Malibu Beach แล้วปั่นจากที่นั่นลงไปทางใต้ เลียบมหาสมุทรแปซิฟิค ลงไปทาง Long Beach ลมแรงและเย็นมากๆ เพราะกระแสน้ำเย็นจากมหาสมุทรแปซิฟิค

เราปั่นบนลู่จักรยานที่อยู่บนหาด ผ่าน Santa Monica Beach ผ่าน Vanice Beach ลงไปทาง Long Beach ไปได้ครึ่งทางถึง Redondo Beach ก็แวะกินข้าวกันที่ร้านอาหารทะเลบนสะพานปลาที่ตอนนี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไปแล้ว อาหารทะเลที่นี่ราคาถูกมากๆ รสชาติไม่ต้องพูดถึงเพราะมาจากน้ำลึกและเย็น มีปลาซาดีนสดๆ deep fried กับปูทะเลน้ำลึกนึ่งเป็นไฮไลท์ของทริป

กินกันเสร็จพร้อมใจกันกลับ ไม่ไปต่อละ... ขากลับเราแวะหากาแฟกับขนมกินที่ Rapha Club ที่ Santa Monica ที่นี่มีจัดปั่นกันสัปดาห์ละสองสามครั้ง พนักงานร้านบอกว่าปั่นกันแบบ Social Pace คือปั่นไปคุยไป เน้นทำความรู้จักกัน มีทั้งแบบทางเรียบและขึ้นเขา เขาที่นี่น่าจะยากดูจากที่ไปส่อง Strava มา ไม่ได้ชันอะไรนักหนาแต่มันยาวววววว

เสร็จจากปั่นเลียบหาด เราขับรถเข้าเมืองตรงไปที่ Beverly Hills เอาจักรยานลงแล้วปั่นวนเล่นดูร้านรวง หากาแฟกับขนมกินแก้หนาว ร้านกาแฟ Nespresso ที่นี่แสบมาก ไม่ให้เรานั่งในร้านเพราะใส่ชุดปั่นจักรยานมา ก็ไปนั่งกินลมชมวิวหน้าร้าน แหมบรรยากาศดีอย่าบอกใครเชียว นั่งดูรถสวยๆ วิ่งวนไปมากันเพลิน

ปั่นวันที่สาม เราไปซ้ำขึ้นเขา คราวนี้ขึ้นจากทางด้านหลังที่เป็น LA Zoo ได้เจอเพื่อนนักปั่นมากหน้าหลายตา สนุกสนานกันไป มีนักปั่นเจ้าถิ่นมารอพบเราด้วย เราไหลลงเขาแล้วปั่นเลียบ LA River ที่เคยถ่ายหนังหลายเรื่องเช่น Terminator ข้ามทางด่วนไปยังเมืองเล็กๆเพื่อไปกินไอติมในตำนาน

ปั่นเสร็จเรามานั่งคุยกันว่าหากคราวหน้าได้มีโอกาสมาอีก อาจเป็นช่วงเดือนตุลาคม อากาศกำลังดี ตั๋วถูกมาก ไปกลับสองหมื่นและมีสปอนเซอร์ใจดี เราอยากจะขึ้นเหนือไปปั่นแถว Monterey ก่อนถึง Sanfrancisco ผ่าน Red Wood และ Big Sur ที่เป็น Highlight ของเส้นทางปั่น Pacific 1

พอคิดก็มีเจ้าถิ่นเสนอตัวให้ความช่วยเหลือทันที เรามีโอกาสได้ไปทานมื้อเย็นรับรองที่บ้านท่านกงสุลใหญ่ประจำแอลเอ เจ้าหน้าที่ชอบไอเดียที่เราจะมาชักชวนนักปั่นที่นี่ไปปั่นเมืองไทย มีคนเสนอตัวให้ทั้งที่พักและรถรับส่ง เราก็เลยคิดกันว่า คราวหน้า เราจะรวบรวมสมัครพรรคพวก ไปปั่นกับ Rapha Club และตะลุยขึ้นไปทางเหนือไปชวน Rapha Sanfrancisco ให้รู้จักเมืองไทยและมาเยี่ยมเมืองไทยบ้าง

ขอบคุณพี่นิว กีวีและคมคมที่สนับสนุนทริปปั่นนี้ http://www.kiwiandkomkom.com

แอลเอ ซีตี้ออฟแองเจิ้ล เป็นไอค่อนของ Wild Wild West เมืองในฝันของหลายๆคน แอลเอไม่ใช่เมืองสวยงาม แต่มันมีชีวิตชีวาเหมาะกับชนชั้นกลางที่สังคมอยู่แบบเท่าเทียมกัน ทริปนี้ในทีแรก เรากะจะตามรอยหนัง Fast Furious ตั้งแต่ภาคแรกไปกันเลย เพราะเส้น Malibu ที่เราจะไปเริ่มต้นปั่นเลียบทะเลนั้นเป็นฉากเปิดตอนที่พระเอกเอา Toyota Supra ไปอัดกับ Ferrari แล้วเข้าไปจอดที่ร้าน Neptune Net เพื่อหาเครื่องดื่ม บ้านที่ดอมินิคใช้แต่งรถ อู่ที่พระเอกทำงาน วิวบนยอดเขาใน Dodger Stadium คราวหน้านะ คราวหน้าเราจะหาเวลามาใหม่

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ธเนศพล ฤทธีภมร

Club Ambassador & Founder

Facebook: Tanedpol Ritteephamorn

Instagram: Oatseeyouallsoon